.•°•.* • ~ J R Y * J N P ~ • *.•°•.

Words Aren't The Only Things That Tell People What You're Thinking ...

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552

Emoticon

.•°•.* • ( ๛ [E] m o t i c o n ) • *.•°•.



ก่อนอื่นเรารู้จักคำว่า Emoticon กันก่อนนะคะ

อีโมติคอน ( emoticon ) หรือ สไมลี่ ( smiley ) คือชุดของตัวอักษร เช่น :), ^-^, หรือ :-) หรือภาพขนาดเล็ก ที่มีจุดประสงค์เพื่อแสดงสีหน้าของมนุษย์ และสื่อถึงอารมณ์ emoticon เป็นรูปแบบหนึ่งของลักษณะน้ำเสียงที่ใช้กันแพร่หลายในข้อความอีเมล, ในกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์, และในแชทรูม คำว่า emoticon ในภาษาอังกฤษ มาจากการผสมคำว่า emotion ( อารมณ์ ) และ icon ( สัญลักษณ์ ) เข้าด้วยกัน

** Emoticon จึงหมายถึง สัญลักษณ์ที่แสดงความรู้สึกและอารมณ์ของผู้ใช้ **
เมื่อรู้ความหมายกันไปแล้วต่อไปเรามาดูกันดีกว่าว่า Emoticon เกิดขึ้นได้อย่างไร




เมื่อ 25 ปีที่แล้ว ":-)" ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกคอมพิวเตอร์ จากการสร้างสรรค์ของ "ศ.สก็อต อี. ฟาห์ลแมน ( Scott E. Fahlman ) " อาจารย์จาก "คาร์เนกี เมลลอน ยูนิเวอร์ซิตี้ ( Carnegie Mellon University ) " "สไมลี่เฟซ ( smiley face ) " เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.44 น. ของวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2525 เป็นสัญลักษณ์แสดงสีหน้าที่กำลังมีความสุขของ ศ.ฟาห์ลแมน ขณะส่งข้อความไปยังบุลเลทินบอร์ด ( Bulletin Board ) โดยขณะนั้น อาจารย์กำลังคุยถึงข้อจำกัดถึงเรื่องตลกที่ส่งกันในคอมพิวเตอร์ นักภาษาศาสตร์ กล่าวว่า "อีโมชีคอน หรือ อีโมติคอน" หรือสัญลักษณ์แสดงอารมณ์ อย่างอีโมติคอน "สไมลี่เฟซ" ทำให้ผู้ส่งสารแสดงอารมณ์ที่รู้สึกขณะนั้นให้ผู้รับสารรับทราบ มิฉะนั้น ผู้รับสารอาจจะไม่เข้าใจอารมณ์ในข้อความนั้น

สำหรับประโยคที่ ศ.ฟาห์ลแมนใช้ "สไมลี่เฟซ" เป็นครั้งแรกมีว่า

"ผมขอเสนอตัวอักษรต่อไปนี้เพื่อเป็นเครื่องหมายขำขันแบบนี้นะครับ :-) กรุณาอ่านเอียงข้างนะครับ"

"สไมลี่เฟซ" เริ่มต้นใช้ระหว่างอาจารย์ที่คาร์เนกีเมลลอน จากนั้นจึงลามไปที่มหาวิทยาลัยอื่น จนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่รู้จักกันทั่วโลก ซึ่งปัจจุบัน "อีโมติคอน" เพิ่มจาก 1 ตัว เป็นหลายร้อยตัว แสดงอารมณ์ต่างๆ นานา เช่น อาย โกรธ ไม่พอใจ ขำก๊าก เบื่อหน่าย "เอมี่ ไวน์เบิร์ก" นักภาษาศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จาก "ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ แมรี่แลนด์ (University of Maryland ) " มีความเห็นว่า "อีโมติคอน" อย่าง "สไมลี่เฟซ" ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในหมู่นักวิชาการ ธุรกิจ และผู้ที่สื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ มีความหมายถึงการเย้าแหย่กันเล่นๆ เช่นประโยคที่ว่า " ฉันรักเจ้านาย " จะเป็นประโยคที่แตกต่างกับ " ฉันรักเจ้านาย :-) " ทันที เพราะประโยคหลังหมายถึง ล้อเล่น อย่าไปคิดเป็นจริงเป็นจัง ไม่เหมือนกับประโยคแรก ที่ไม่ทราบว่า ผู้ส่งข้อความคิดอย่างไรกันแน่ ด้าน ศ.คลิฟฟอร์ด แนส อาจารย์ด้านการสื่อสาร จาก "สแตนฟอร์ด ยูนิเวอร์ซิตี้" กล่าวว่า ตามปกติแล้ว โทนเสียงจะแสดงถึงอารมณ์ของผู้พูด แต่เมื่ออ่านข้อความในคอมพิวเตอร์ เราจะไม่ได้ระบบเสียงของผู้ส่งสาร ทำให้ยากที่จะคาดเดาอารมณ์ การใส่ "อีโมติคอน" จึงเป็นการเปิดโอกาสให้เรารับทราบอารมณ์ที่แท้จริงของข้อความนั้นๆ

ตัวอย่างเก่าแก่ที่สุดที่ใช้ตัวอักษรแทนหน้าคนที่ยิ้มหรือขมวดคิ้วในแนวตะแคง ปรากฏบนโฆษณาในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กฮารอลทรีบูน ( New York Herald Tribune ) ฉบับวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2496 หน้า 20 คอลัมน์ 4 ถึง 6 ประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่องลิลี ( Lili ) นำแสดงโดยเลสลี แครอน ( Leslie Caron ) ดังนี้


ภาพยนตร์ออกฉายทั่วประเทศ โฆษณาชิ้นนี้จึงอาจมีการเผยแพร่บนหนังสือพิมพ์หลาย ๆ ฉบับ

การประดิษฐ์ :-)

ผู้ที่คิดค้นอีโนติคอน :-) and :-( และเสนอว่ามันสามารถใช้แสดงอารมณ์คือ สกอต ฟาห์ลแมน ( Scott Fahlman ) ซึ่งเสนอในกระดานสนทนาของคณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน เมื่อ 19 กันยายน พ.ศ. 2525 เวลา 11.44 น. ไว้ดังนี้




ข้อความประวัติศาสตร์นี้ปรากฏพบในเทปสำรองข้อมูลเก่า ๆ เมื่อ 10 กันยายน พ.ศ. 2545 โดย เจฟ แบร์ด ( Jeff Baird ) หลังจากที่สูญหายไปนาน



**************************


อีโมติคอนโดยพื้นฐานแล้วมาจากทางตะวันตก แต่ในปัจจุบันในประเทศต่างๆได้มีการคิดอีโมติคอนของตนเองขึ้นมาเช่นกัน ทำให้อีโมติคอนในแต่ละประเทศมีเอกลักษณ์ต่างกันออกไป


เรามาดูตัวอย่างกันนะคะ


สไตล์ตะวันตก

อีโมติคอนในแบบตะวันตกเขียนจากซ้ายไปขวาตามวิธีการเขียนหนังสือ ดังนั้นเรามักจะพบ ตาอยู่ทางซ้ายสุด จมูกอยู่ตรงกลาง และปากอยู่ทางขวา สามารถอ่านได้ง่ายโดยวิธีตะแคงศีรษะไปทางซ้าย




นอกจากนี้ยังมีรูปแบบอื่น ๆ ที่ใช้สัญลักษณ์อื่นแทน สัญลักษณ์แทนจมูกอาจจะถูกละเอาไว้ เช่น :) หรือ ;) เมื่อใช้เครื่องหมายเท่ากับแทนตา เช่น =) เรามักจะไม่เขียนจมูก

มาดูตัวอย่างพื้นฐานกันค่ะ





ทางตะวันตกยังมีการสร้างอีโมติคอนที่สื่อถึงบุคคลสำคัญต่างๆด้วย
Celebrity Smileys :



อีโมติคอนแบบที่เป็นคำย่อก็มีมากมาย
Abbreviations :


สไตล์เอเชียตะวันออก

ผู้ใช้จากเอเชียตะวันออก นิยมใช้อีโมติคอนอีกรูปแบบ เรียกว่า เวอร์ติคอน ( verticon ) หรือ คะโอโมจิ ( ญี่ปุ่น: 顔文字 [kaomoji] แปลตามตัวคือ "เครื่องหมายหน้า" ) ซึ่งสามารถดูเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องตะแคงศีรษะอ่าน สไตล์ของหน้าเหล่านี้ จะเลียนแบบลักษณะที่พบบ่อยในการ์ตูนอะนิเมะและมังงะ

ประเทศทางตะวันออกได้มีการนำเอาตัวอักษรของตนมาใช้ในการสร้างอีโมติคอนเพื่อให้เกิดการแสดงอารมณ์ที่หลากหลาย และสามารถสื่อความหมายได้ถูกต้องชัดเจนมากขึ้นสังเกตได้จาก 3 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ที่มีการนำตัวอักษรมาประกอบเป็นอีโมติคอน

** เพิ่มเติม **
เนื่องจากภาษาญี่ปุ่นใช้การเข้ารหัสอักษรแบบไบต์คู่ ทำให้มีตัวอักษรเลือกใช้มากกว่า โดยบางตัวนั้นไม่สามารถเลียนแบบได้ด้วยรหัสแอสกี คะโอโมจิส่วนใหญ่ จะใช้ตัวอักษรซิริลลิคและอักษรต่างประเทศผสมด้วย เพื่อแสดงอารมณ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ซึ่งมีความซับซ้อนใกล้เคียงระดับแอสกีอาร์ท

ตัวอย่างพื้นฐาน





สไตล์อะนิเมะ ( anime )

ผู้ที่ใช้กระดานสนทนาอะนิเมะภาษาอังกฤษดัดแปลง คะโอโมจิ สำหรับตัวอักษรที่ใช้รหัสไบต์เดียว ซึ่งมักอยู่ในรูปของ *_* โดยที่เครื่องหมาย * แทนตา และตัวอักษรตรงกลางแทนปากซึ่งมักเป็นเครื่องหมายขีดล่าง และมักใช้จุดแทนปากเพื่อให้ดูน่ารักขึ้นโดยเฉพาะกับผู้หญิง บางทีก็ไม่เขียนปากเลยก็มี สัญลักษณ์ " หรือ ; อาจใส่เข้าไปแทนเหงื่อเพื่อสื่อถึงความรู้สึกขอบคุณและความอาย

ตัวอย่างพื้นฐาน

** ตัวอย่างต่าง ๆ เหล่านี้สามารถใช้จุดแทนปาก (^.^) ละในส่วนที่เป็นปาก (^^) ละเครื่องหมายวงเล็บ ^_^ หรือหลายอย่างรวมกัน **


ปัจจุบันอีโมติคอนไม่ได้ถูกสร้างมาเพียงแค่สื่ออารมณ์อย่างเดียวเท่านั้น ยังมีการสร้างอีโมติคอนมาเป็นสัญลักษณ์แทนสัตว์ และ สิ่งของ ต่างๆอีกด้วย

เราไปดูตัวอย่างกันนะคะ

อีโมติคอนที่แทนสัตว์ต่างๆ


อีโมติคอนที่แทนสิ่งของต่างๆ


และเรายังพบเห็นการนำหลักการสร้างอีโมติคอนนั้นคือการใช้อักขระที่มีอยู่บนแป้นพิมพ์ ( keyboard ) มาดัดแปลงเพื่อใช้ในการสร้างภาพต่างๆขึ้นมาได้อย่างสวยงาม ซึ่งจะพบเห็นได้มากตาม บล็อก, คอมเม้นต่างๆ, และฟอร์เวิร์ดเมลล์ ( forward mail )

ตัวอย่าง





Referent:
- wikipedia
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99
http://en.wikipedia.org/wiki/Emoticon
- Emoticons and Abbreviations (Smileys)
http://www.anapsid.org/internet/smileys.html
- techdictionary.com**
http://www.techdictionary.com/emoticon.html
- abbreviations.com
http://www.abbreviations.com/acronyms/EMOTICONS/1



****************************

นอกจากจะมีอีโมติคอนที่เป็นรูปแบบของตัวอักษรแล้วยังมีการพัฒนาเป็นอิโมติคอนที่เป็น animation ซึ่งสามารถสื่ออารมณ์ได้ดีขึ้น อีโมติคอนพวกนี้จะเห็นได้ทั่วไปทั้ง MSN, Blog, Game online ต่างๆ etc.

อีโมติคอนใน Game online จะมีความน่าสนใจกว่าอีโมติคอนอื่นๆเพราะมีความหลากหลายมากกว่าเนื่องจาก อีโมติคอนจะช่วยให้ Game online มีความน่าสนใจมากขึ้น และ Game online แต่ละเกมก็จะมีอีโมติคอนต่างกันออกไป ต่างกับอีโมติคอนตามคอมเม้นต่างๆซึ่งส่วนมากจะเป็นรูปแบบซ้ำๆ

เรามาดูตัวอย่างอีโมติคอนใน Game online กันค่ะ

Luna



Audition



Pangya



นอกจากนี้ยังมีผู้นิยมนำท่าทางต่างๆ ในเกมมาตัดต่อและสร้างเป็นคลิ้บเพื่อความบันเทิงกันอย่างมากมาย



** เพิ่มเติมเว็บไซต์ที่น่าสนใจเป็นเว็บไซต์อีโมติคอนของญี่ปุ่น**

** http://club.pep.ne.jp/~hiroette/en/facemarks/body.html **

***********************

Credit By :

นางสาวจริยา ธีระพิทยาพงศ์

นางสาวจิณณพัต บุญส่ง

วิชา ภาษาและอินเตอร์เน็ต ( Language and the Internet )

มหาวิยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ